EP.01 Smart Structural Health Monitoring

เราเรียกระบบนี้ว่า ระบบการตรวจสอบสุขภาพโครงสร้างแบบสมาร์ท (Smart Structural Health Monitoring) ด้วยการบริการระดับโลกทั้งในการวิเคราะห์โครงสร้างแบบ Dynamic & Static เรามีระบบตรวจสอบโครงสร้างแบบไร้สาย Wireless system ที่โดดเด่นและเซ็นเซอร์ Sensor ที่ได้รับสิทธิบัตร สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรมโยธาทุกประเภท
จากฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) เราได้ให้กำเนิด Move-X ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรทั่วโลกในการออกแบบอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานต่ำ LaRaWAN เพื่อใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven) ในการจัดการกระบวนการและทรัพยากร
เซ็นเซอร์ของเราเป็นแบบไร้สาย มีต้นทุนต่ำ ไม่ทำลายโครงสร้าง แข็งแรงทนทาน และมีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งและกำหนดค่าได้ง่าย เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างที่เข้าถึงยาก ซึ่งระบบแบบใช้สายอาจทำให้การติดตั้งซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง หรือสำหรับอาคารเก่าแก่ที่ต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษและเทคโนโลยีที่ไม่ทำลายโครงสร้าง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรม เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลก ทางด้านการตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง
โซลูชันการตรวจสอบแบบไร้สายของเรา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1) เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายนวัตกรรมใหม่
2) เกตเวย์สื่อสาร LoRaWAN
3) แพลตฟอร์มแสดงผลข้อมูลออนไลน์
การตรวจสอบแบบไร้สายมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการก่อสร้าง บำรุงรักษา และความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง (SHM) เราเลือกใช้ระบบการออกแบบเทคโนโลยีตรวจสอบระยะไกลและไร้สาย เพื่อเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของโครงสร้างใดๆก่อน ระหว่าง และหลังการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา จะให้ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ สนับสนุนวิศวกรโยธาและวิศวกรโครงสร้างในการทำงานและความท้าทายที่เกิดขึ้นในอนาคต "
ทำไมต้องติดตั้งระบบ SHM ?
1) มันคือการตรวจสอบสภาพอาคารแบบเชิงลึกและยั่งยืน เพราะเราไม่รู้หรือไม่ทราบมาก่อนเลยว่า แผ่นดินไหวเมื่อครั้ง 28 มีค.68 ที่ผ่านมากนั้น มันได้สร้างหรือทิ้งอาการแอบแฝงความเสียหาย และสร้างโอกาสแห่งการเกิดเหตุ ( damage inside structure ) หรือได้สร้างความชำรุดแตกร้าวหรือไม่ ( small crake inside ) หรือได้สร้างความยึดตัว ยุบตัว หดตัว กับโครงสร้าง หรือฐานรากของอาคารหรือไม่ ( Stress - strain Monitoring / Foundation settlement Monitoring ) หรือได้สร้างการเอนตัว เอียงตัวของอาคาร( Tilt Monitoring ) หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งสภาพภายในโครงสร้างคอนกรีตมีโอกาสชำรุดอย่างไรหรือไม่ ( Structure condition Monitoring ) หรือมันได้ทิ้งร่องรอยอะไรหรือไม่ รวมทั้งเรายังไม่เคยเก็บข้อมูลเบื้องต้น พื้นฐานของอาคารไว้อ้างอิงในอนาคตไว้ให้เราบ้าง หรือไม่ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตราฐานสากล international Building code ( IBC ) / ASCE 7 ( USA.) / Eurocode8 EN1998-1 /Japanese standard ,Building standard Law of Japan ( BSL ) และอื่นๆ
2) มันคือการเฝ้าติดตามและดูแนวโน้มของอาคาร พยากรณ์ที่แม่นยำที่สุด ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ในอนาคตมีโอกาสเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ครั้งที่รุนแรงน้อยกว่านี้ หรือรุนแรงมากกว่านี้ หรือเกิดพายุพัดรุนแรง ลมกระโชก ลมแปรป่วนที่ปะทะกับอาคาร กระทำซ้ำๆ จนเกิดพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของอาคารอย่างไร ( ควรติดตั้ง GPS Monitoring ตอบและบันทึกข้อมูลตัวนี้ได้ ) จะก่อให้เกิดการบิดตัว โยกตัว ลักษณะไหนอย่างไร เกินกว่ามาตราฐาน ( Out of standard ) หรือไปพ้องกับความถี่ธรรมชาติของอาคาร( Building Natural Frequency ) หรือไม่ ความ น้ำท่วมรุนแรง เกิดการทรุดตัวของฐานรากหรือไม่ ( Foundation settlement ) หรือแม้นกระทั่งการจราจรหนักหน่วง รถจำนวนมาก ผู้คนจำนวนมาก หรือแม้นกระทั่งการรับภาระน้ำหนักบรรทุกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ( Dynamic live load movement )
3) มันคือระบบตรวจจับค่าความถี่ธรรมชาติของอาคาร เนื่องจากเราไม่เคยวัดความถี่ธรรมชาติของอาคารเลย ( นำเสนอติดตั้ง Building frequency Monitoring ) ซึ่งควรมีการวัดทุกปี และไม่เคยทราบด้วยซ้ำไปว่ามันมีค่าเท่าไหร่ ซึ่งมันจะมีผลกับการวิบัติของอาคารโดยตรงอย่างไร หากมันฟ้องกับความถี่ของแผ่นดินไหว ( Resonance Frequency ) คืือสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า
4) มันช่วยทำให้เราสามารถเตรียมตัวป้องกันปัญหาการชำรุดที่เกิดขึ้นกับตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ( Preventive Maintenance ) ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฉุกเฉิน( Breakdown Repair ) ได้มาก
..........................................................................................................
ประชาสัมพันธ์
บริษัท วิศวกรรมซ่อมและบำรุงรักษาทั่วไป จำกัด
บริษัท สตรัคเซนส์ จำกัด
19 ธันวาคม 2568


