แชร์

EP.03 SHM มีประโยชน์อะไร?

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.พ. 2026
16 ผู้เข้าชม

SHM มีประโยชน์อะไร....?

การติดตั้งระบบ Structural Health Monitoring (SHM) ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาลให้ประโยชน์หลายด้าน โดยสามารถแบ่งออกเป็นข้อๆ ดังนี้

1. การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้าง (Structural Safety)
- ตรวจจับความเสียหายตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น รอยร้าว การเสื่อมสภาพของคอนกรีต หรือการกัดกร่อนของเหล็กเสริม
- ประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำหนักเกิน (Overload) หรือการทรุดตัวของฐานราก
- ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การพังทลายของโครงสร้าง (Collapse) ที่อาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน

2. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
- วางแผนซ่อมแซมได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ (เช่น Strain Gauges, Accelerometers) เพื่อระบุจุดที่ต้องการการดูแล
- ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวโดยหลีกเลี่ยงการซ่อมแซมแบบเร่งด่วน (Emergency Repair) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง
- เพิ่มอายุการใช้งานของอาคาร ด้วยการเฝ้าระวังสภาพโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง

3. การตอบสนองต่อภัยพิบัติ (Disaster Response)
- ประเมินความเสียหายหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน  เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม เพื่อตัดสินใจอพยพหรือใช้งานอาคารต่อได้อย่างปลอดภัย
- ตรวจสอบความมั่นคงในเวลาจริง (Real-time Monitoring) โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่ต้องทำงานต่อเนื่องแม้เกิดภัยพิบัติ
- ลด Downtime ของอาคารทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น

4. การตรวจสอบตามกฎหมายและมาตรฐาน (Compliance & Standards)
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย เช่น มาตรฐานอาคารสูง (เช่น ISO 18649, ASCE SHM Guidelines)
- เตรียมเอกสารสำหรับการตรวจสอบ (Audit) โดยมีข้อมูลย้อนหลังเพื่อแสดงความปลอดภัยของอาคาร
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากความล้มเหลวของโครงสร้าง

5. การเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบในอนาคต (Future Design Optimization)
- เก็บข้อมูลพฤติกรรมโครงสร้าง (เช่น การสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก) เพื่อใช้ปรับปรุงการออกแบบอาคารในอนาคต
- ทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุใหม่ๆ เช่น คอนกรีตเสริมเส้นใย (FRC) หรือระบบฐานรากแบบพิเศษ

6. การบริหารทรัพย์สินและมูลค่าอาคาร (Asset Management)
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย โดยแสดงถึงความใส่ใจในความปลอดภัย
- รักษามูลค่าทรัพย์สิน เนื่องจากอาคารที่มีระบบ SHM มักมีมูลค่าสูงกว่าอาคารทั่วไป
- ลดค่าใช้จ่ายประกันภัย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่า

7. การใช้งานเฉพาะในโรงพยาบาล (Hospital-Specific Benefits)
- ป้องกันการหยุดชะงักของบริการ เช่น ห้องผ่าตัดหรือห้อง ICU ที่ต้องมั่นใจในความมั่นคงของโครงสร้าง
- ตรวจสอบการสั่นสะเทือนจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ (เช่น MRI) ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้าง
- เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ว่าอาคารมีความปลอดภัยสูง

8. การใช้งานเฉพาะในคอนโดมิเนียม (Condominium-Specific Benefits)
- เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อและผู้เช่า** ว่าอาคารได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
- ลดข้อโต้แย้งระหว่างผู้บริหารคอนโดและผู้อยู่อาศัยในกรณีปัญหาโครงสร้าง
- ตรวจสอบผลกระทบจากกิจกรรมของผู้อยู่อาศัย** เช่น การปรับปรุงที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างหลัก

สรุป

ระบบ SHM ไม่เพียงช่วย **ยืดอายุอาคาร** และ **ลดความเสี่ยง** แต่ยังเพิ่ม **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ** โดยเฉพาะในอาคารสำคัญเช่น **คอนโดมิเนียม** และ **โรงพยาบาล** ที่ต้องการความปลอดภัยและการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว

 ระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย Wireless High precession sensor
การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ไร้สายในพื้นที่ทำได้รวดเร็วและง่ายดาย: เพียงยึดแต่ละอุปกรณ์ด้วยสกรูอย่างน้อย 2 ตัวบนโครงสร้างที่ต้องการตรวจสอบ และจ่ายไฟให้กับเกตเวย์ LoRaWAN ระบบสามารถกำหนดค่าจากระยะไกลได้ ไม่ว่าจะก่อน ตอน หรือหลังการติดตั้ง โดยใช้แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต หลังการติดตั้งและตั้งค่าเสร็จสิ้น ระบบตรวจสอบแบบไร้สายจะเริ่มทำการวัด และคุณสามารถเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลจากที่ทำงานได้ทันที

           ระบบเซ็นเซอร์ไร้สายจะสื่อสารข้อมูลการวัดผ่านโปรโตคอล LoRaWAN (ส่งข้อมูลได้ไกลหลายร้อยถึงหลายพันเมตร) ไปยังเกตเวย์ในพื้นที่ จากนั้นเกตเวย์จะส่งข้อมูลต่อผ่านเครือข่าย 4G หรือ LTE ไปยังเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์

- ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
- ปรับเปลี่ยนระบบตรวจสอบตามความคืบหน้าโครงการ
- ปกป้องชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน
- รับการแจ้งเตือน Alram / Waring เมื่อเกิดความผิดปกติหรือความเสียหาย โดยไม่ต้องออกจากที่ทำงาน พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกินระดับที่กำหนดควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการเดินทางตรวจพื้นที่ และประสิทธิภาพการทำงานที่ยาวนาน

  ระบบตรวจสอบแพลตฟอร์มคลาวด์ Cloud Platform
แพลตฟอร์มคลาวด์เป็นเครื่องมือเว็บแบบคลาวด์ที่ช่วยให้คุณเข้าถึง ดู และส่งออกข้อมูลการวัด รวมถึงกำหนดค่าการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ทั้งหมดได้ คุณสามารถเข้าถึง Move Cloud Platform ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทั่วโลก จากอุปกรณ์ใดก็ได้ ข้อได้เปรียบหลักของ Move Cloud Platform คือการเข้าถึงข้อมูลการวัดและปรับแต่งเซ็นเซอร์ทุกตัวจากระยะไกล ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย ข้อมูลการวัดจะถูกวิเคราะห์ผ่านอัลกอริธึมขั้นสูง algorithms ที่แสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมกราฟและอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้

- การตรวจสอบอัจฉริยะ
- เปลี่ยนการตั้งค่าได้จากที่ทำงาน และประมวลผลข้อมูลผ่านอัลกอริธึมอัตโนมัติ
- ระบบไร้สายประสิทธิภาพสูง
- การส่งข้อมูลระหว่างเซ็นเซอร์ใช้การสื่อสาร LoRaWAN ที่ประหยัดพลังงานและส่งสัญญาณได้ไกล
- ตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง
- การเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคาดการณ์ล่วงหน้าได้

".... ระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง (Structural Health Monitoring System) ... ระบบตรวจสอบของ Move Solution ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลายประเภทและอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สาย ที่สามารถตรวจสอบโครงสร้างได้ทั้งในสภาวะ แบบสถิต (Static) และแบบไดนามิก (Dynamic) นอกจากนี้ ระบบยังสามารถทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทางวิศวกรรมธรณีได้หลากหลาย เพื่อให้ข้อมูลสำคัญ เช่น:
- ความเร่ง (Accelerations)
- การเคลื่อนที่ (Displacement)
- การเปลี่ยนแปลงมุม (Angle variations)
- การสั่นสะเทือน (Vibrations)
- การเสียรูปในสภาวะสถิต (Static Deformation)
- การเคลื่อนตัวของรอยแตกและรอยต่อ (Crack and joint movement)
- การเคลื่อนตัวของดินในแนวราบหรือแนวดิ่ง (Lateral or vertical ground movement)
- แรงดันน้ำในดิน (Ground pore water pressure)

คุณสมบัติหลักของระบบ: ระบบเซ็นเซอร์หลากหลายชนิด (วัดความเร่ง, มุมเอียง, รอยแตก ฯลฯ)สื่อสารแบบไร้สาย สำหรับตรวจสอบจากระยะไกลตรวจสอบได้ทั้งแบบสถิตและ
ไดนามิกใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์ธรณีเทคนิค เช่น
- เครื่องวัดแรงดันน้ำ (Piezometer)
- เครื่องวัดการเคลื่อนตัว (Extensometer)
- พารามิเตอร์ที่ตรวจสอบได้: ความเร่ง (การตอบสนองต่อแรงสั่นสะเทือน)
- การเคลื่อนที่ (การขยับของโครงสร้าง)
- การเปลี่ยนแปลงมุม (การเอียงหรือหมุน)
- การสั่นสะเทือน (ผลจากแรงกระทำหรือเครื่องจักร)
- การเสียรูปในสภาวะสถิต (การทรุดตัวระยะยาว)
- การเคลื่อนตัวของรอยแตกและรอยต่อ (การขยายตัวของรอยร้าว)
- การเคลื่อนตัวของดินในแนวราบ/แนวดิ่ง (ความมั่นคงของลาดดิน)
- แรงดันน้ำในดิน (ความเสี่ยงการเกิด Liquefaction, การไหลซึม)

ลักษณะการนำไปใช้งาน: สะพานและเขื่อน / อาคารและอุโมงค์ / ลาดดินและกำแพงกันดิน /โครงสร้างทางประวัติศาสตร์ / โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนี้ช่วยในเรื่อง การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance), ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัย โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพของโครงสร้าง ครับ ....... "

.........................................................................................................

วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรโยธา ผู้ออกแบบ ที่ปรึกษาโครงการ วิศวกรที่ปรึกษา เจ้าของโครงการ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ คำถาม แชร์เรื่องราว กรุณาติดต่อ  081 827 4741  

ประชาสัมพันธ์

บริษัท วิศวกรรมซ่อมและบำรุงรักษาทั่วไป จำกัด
บริษัท สตรัคเซนส์ จำกัด
19 ธันวาคม 2568


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาคาร [Building]
การใช้เซ็นเซอร์ในอาคาร [Building]  เทคโนโลยีที่ทำให้อาคาร “พูดได้” และปลอดภัยมากขึ้น
27 ก.พ. 2026
EP.05 From Concrete to Connected
สนับสนุนการศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ในประเทศ พร้อมมอบทุนการศึกษา และอุปกรณ์การเรียน การสอน งานวิจัย และดูงานในอิตาลี
19 ธ.ค. 2025
EP.01 Smart Structural Health Monitoring
เราเรียกระบบนี้ว่า ระบบการตรวจสอบสุขภาพโครงสร้างแบบสมาร์ท
26 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy