EP.03 SHM มีประโยชน์อะไร?

SHM มีประโยชน์อะไร....?
การติดตั้งระบบ Structural Health Monitoring (SHM) ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาลให้ประโยชน์หลายด้าน โดยสามารถแบ่งออกเป็นข้อๆ ดังนี้
1. การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้าง (Structural Safety)
- ตรวจจับความเสียหายตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น รอยร้าว การเสื่อมสภาพของคอนกรีต หรือการกัดกร่อนของเหล็กเสริม
- ประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำหนักเกิน (Overload) หรือการทรุดตัวของฐานราก
- ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การพังทลายของโครงสร้าง (Collapse) ที่อาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน
2. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
- วางแผนซ่อมแซมได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ (เช่น Strain Gauges, Accelerometers) เพื่อระบุจุดที่ต้องการการดูแล
- ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวโดยหลีกเลี่ยงการซ่อมแซมแบบเร่งด่วน (Emergency Repair) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง
- เพิ่มอายุการใช้งานของอาคาร ด้วยการเฝ้าระวังสภาพโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง
3. การตอบสนองต่อภัยพิบัติ (Disaster Response)
- ประเมินความเสียหายหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม เพื่อตัดสินใจอพยพหรือใช้งานอาคารต่อได้อย่างปลอดภัย
- ตรวจสอบความมั่นคงในเวลาจริง (Real-time Monitoring) โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่ต้องทำงานต่อเนื่องแม้เกิดภัยพิบัติ
- ลด Downtime ของอาคารทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น
4. การตรวจสอบตามกฎหมายและมาตรฐาน (Compliance & Standards)
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย เช่น มาตรฐานอาคารสูง (เช่น ISO 18649, ASCE SHM Guidelines)
- เตรียมเอกสารสำหรับการตรวจสอบ (Audit) โดยมีข้อมูลย้อนหลังเพื่อแสดงความปลอดภัยของอาคาร
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากความล้มเหลวของโครงสร้าง
5. การเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบในอนาคต (Future Design Optimization)
- เก็บข้อมูลพฤติกรรมโครงสร้าง (เช่น การสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก) เพื่อใช้ปรับปรุงการออกแบบอาคารในอนาคต
- ทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุใหม่ๆ เช่น คอนกรีตเสริมเส้นใย (FRC) หรือระบบฐานรากแบบพิเศษ
6. การบริหารทรัพย์สินและมูลค่าอาคาร (Asset Management)
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย โดยแสดงถึงความใส่ใจในความปลอดภัย
- รักษามูลค่าทรัพย์สิน เนื่องจากอาคารที่มีระบบ SHM มักมีมูลค่าสูงกว่าอาคารทั่วไป
- ลดค่าใช้จ่ายประกันภัย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่า
7. การใช้งานเฉพาะในโรงพยาบาล (Hospital-Specific Benefits)
- ป้องกันการหยุดชะงักของบริการ เช่น ห้องผ่าตัดหรือห้อง ICU ที่ต้องมั่นใจในความมั่นคงของโครงสร้าง
- ตรวจสอบการสั่นสะเทือนจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ (เช่น MRI) ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้าง
- เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ว่าอาคารมีความปลอดภัยสูง
8. การใช้งานเฉพาะในคอนโดมิเนียม (Condominium-Specific Benefits)
- เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อและผู้เช่า** ว่าอาคารได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
- ลดข้อโต้แย้งระหว่างผู้บริหารคอนโดและผู้อยู่อาศัยในกรณีปัญหาโครงสร้าง
- ตรวจสอบผลกระทบจากกิจกรรมของผู้อยู่อาศัย** เช่น การปรับปรุงที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างหลัก
สรุป
ระบบ SHM ไม่เพียงช่วย **ยืดอายุอาคาร** และ **ลดความเสี่ยง** แต่ยังเพิ่ม **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ** โดยเฉพาะในอาคารสำคัญเช่น **คอนโดมิเนียม** และ **โรงพยาบาล** ที่ต้องการความปลอดภัยและการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว
ระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย Wireless High precession sensor
การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ไร้สายในพื้นที่ทำได้รวดเร็วและง่ายดาย: เพียงยึดแต่ละอุปกรณ์ด้วยสกรูอย่างน้อย 2 ตัวบนโครงสร้างที่ต้องการตรวจสอบ และจ่ายไฟให้กับเกตเวย์ LoRaWAN ระบบสามารถกำหนดค่าจากระยะไกลได้ ไม่ว่าจะก่อน ตอน หรือหลังการติดตั้ง โดยใช้แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต หลังการติดตั้งและตั้งค่าเสร็จสิ้น ระบบตรวจสอบแบบไร้สายจะเริ่มทำการวัด และคุณสามารถเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลจากที่ทำงานได้ทันที
ระบบเซ็นเซอร์ไร้สายจะสื่อสารข้อมูลการวัดผ่านโปรโตคอล LoRaWAN (ส่งข้อมูลได้ไกลหลายร้อยถึงหลายพันเมตร) ไปยังเกตเวย์ในพื้นที่ จากนั้นเกตเวย์จะส่งข้อมูลต่อผ่านเครือข่าย 4G หรือ LTE ไปยังเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์
- ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
- ปรับเปลี่ยนระบบตรวจสอบตามความคืบหน้าโครงการ
- ปกป้องชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน
- รับการแจ้งเตือน Alram / Waring เมื่อเกิดความผิดปกติหรือความเสียหาย โดยไม่ต้องออกจากที่ทำงาน พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกินระดับที่กำหนดควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการเดินทางตรวจพื้นที่ และประสิทธิภาพการทำงานที่ยาวนาน
ระบบตรวจสอบแพลตฟอร์มคลาวด์ Cloud Platform
แพลตฟอร์มคลาวด์เป็นเครื่องมือเว็บแบบคลาวด์ที่ช่วยให้คุณเข้าถึง ดู และส่งออกข้อมูลการวัด รวมถึงกำหนดค่าการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ทั้งหมดได้ คุณสามารถเข้าถึง Move Cloud Platform ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทั่วโลก จากอุปกรณ์ใดก็ได้ ข้อได้เปรียบหลักของ Move Cloud Platform คือการเข้าถึงข้อมูลการวัดและปรับแต่งเซ็นเซอร์ทุกตัวจากระยะไกล ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย ข้อมูลการวัดจะถูกวิเคราะห์ผ่านอัลกอริธึมขั้นสูง algorithms ที่แสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมกราฟและอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้
- การตรวจสอบอัจฉริยะ
- เปลี่ยนการตั้งค่าได้จากที่ทำงาน และประมวลผลข้อมูลผ่านอัลกอริธึมอัตโนมัติ
- ระบบไร้สายประสิทธิภาพสูง
- การส่งข้อมูลระหว่างเซ็นเซอร์ใช้การสื่อสาร LoRaWAN ที่ประหยัดพลังงานและส่งสัญญาณได้ไกล
- ตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง
- การเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคาดการณ์ล่วงหน้าได้
".... ระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง (Structural Health Monitoring System) ... ระบบตรวจสอบของ Move Solution ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลายประเภทและอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สาย ที่สามารถตรวจสอบโครงสร้างได้ทั้งในสภาวะ แบบสถิต (Static) และแบบไดนามิก (Dynamic) นอกจากนี้ ระบบยังสามารถทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทางวิศวกรรมธรณีได้หลากหลาย เพื่อให้ข้อมูลสำคัญ เช่น:
- ความเร่ง (Accelerations)
- การเคลื่อนที่ (Displacement)
- การเปลี่ยนแปลงมุม (Angle variations)
- การสั่นสะเทือน (Vibrations)
- การเสียรูปในสภาวะสถิต (Static Deformation)
- การเคลื่อนตัวของรอยแตกและรอยต่อ (Crack and joint movement)
- การเคลื่อนตัวของดินในแนวราบหรือแนวดิ่ง (Lateral or vertical ground movement)
- แรงดันน้ำในดิน (Ground pore water pressure)
คุณสมบัติหลักของระบบ: ระบบเซ็นเซอร์หลากหลายชนิด (วัดความเร่ง, มุมเอียง, รอยแตก ฯลฯ)สื่อสารแบบไร้สาย สำหรับตรวจสอบจากระยะไกลตรวจสอบได้ทั้งแบบสถิตและไดนามิกใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์ธรณีเทคนิค เช่น
- เครื่องวัดแรงดันน้ำ (Piezometer)
- เครื่องวัดการเคลื่อนตัว (Extensometer)
- พารามิเตอร์ที่ตรวจสอบได้: ความเร่ง (การตอบสนองต่อแรงสั่นสะเทือน)
- การเคลื่อนที่ (การขยับของโครงสร้าง)
- การเปลี่ยนแปลงมุม (การเอียงหรือหมุน)
- การสั่นสะเทือน (ผลจากแรงกระทำหรือเครื่องจักร)
- การเสียรูปในสภาวะสถิต (การทรุดตัวระยะยาว)
- การเคลื่อนตัวของรอยแตกและรอยต่อ (การขยายตัวของรอยร้าว)
- การเคลื่อนตัวของดินในแนวราบ/แนวดิ่ง (ความมั่นคงของลาดดิน)
- แรงดันน้ำในดิน (ความเสี่ยงการเกิด Liquefaction, การไหลซึม)
ลักษณะการนำไปใช้งาน: สะพานและเขื่อน / อาคารและอุโมงค์ / ลาดดินและกำแพงกันดิน /โครงสร้างทางประวัติศาสตร์ / โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนี้ช่วยในเรื่อง การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance), ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัย โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพของโครงสร้าง ครับ ....... "
.........................................................................................................
วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรโยธา ผู้ออกแบบ ที่ปรึกษาโครงการ วิศวกรที่ปรึกษา เจ้าของโครงการ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ คำถาม แชร์เรื่องราว กรุณาติดต่อ 081 827 4741
ประชาสัมพันธ์
บริษัท วิศวกรรมซ่อมและบำรุงรักษาทั่วไป จำกัด
บริษัท สตรัคเซนส์ จำกัด
19 ธันวาคม 2568

![สะพาน [Bridge] สะพาน [Bridge]](https://image.makewebeasy.net/makeweb/r_100x100/KfSop281o/DefaultData/Bridge_1.jpg?v=202405291424)
